สำคัญ !! เตือนภัยมิจฉาชีพ โปรดอ่านถ้าไม่อยากถูกหลอก

พิมพ์

สำคัญ !! เตือนภัยมิจฉาชีพ โปรดอ่านถ้าไม่อยากถูกหลอก

คำแนะนำเพื่อการซื้อขายสินค้าออนไลน์อย่างปลอดภัย
1. สังเกตว่าผู้ขายลงข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดในการติดต่อชัดเจนหรือไม่ คุณสามารถตรวจสอบประวัติเบื้องต้นโดยใช้ ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมลผู้ขาย ไปค้นหาใน Google.com
2. กรณีเป็นร้านค้า ตรวจสอบ ชื่อที่อยู่ร้านค้า หรือ หมายเลขทะเบียนพาณิชย์ฯ หากไม่มีหน้าร้าน อาจขอสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขาย
3. ตรวจสอบราคาสินค้าว่าไม่ถูกกว่าท้องตลาดจนเกินไป
4. เมื่อมั่นใจแล้วว่าจะติดต่อซื้อขายกับผู้ขายรายใด ควรบันทึกรายละเอียดประกาศรวมทั้งข้อมูลผู้ประกาศ โดย Save หน้าประกาศนั้นไว้ เพราะหลังการซื้อขาย ผู้ที่เป็นมิจฉาชีพมักเข้ามาแก้ไขหรือลบข้อมูลในประกาศของตนเองเสมอ
5. ควรใช้วิธีนัดพบเพื่อชำระเงินและส่งมอบสินค้า ซึ่งควรจะนัดในสถานที่ชุมชน และทดสอบสินค้าให้เรียบร้อยก่อนชำระเงิน
6. หากจำเป็นต้องโอนเงินค่าสินค้าก่อน ควรโอนเงินผ่านเคาเตอร์ธนาคาร เพราะจะสามารถติดตามหรืออาญัติเงินได้ หากใช้บริการโอนเงินผ่านตู้ ATM การติดตามจะเป็นไปได้ยาก และควรเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้ทุกครั้ง
7. หากมีการแจ้งว่ามาจากบริษัทหรือร้านค้าใด ก็ควรโทรสอบถามไปยังต้นสังกัดหรือ ร้านค้าที่กล่าวอ้างมา เพื่อสอบถาม และตรวจสอบอีกที ว่ามีการจัดจำหน่ายโดย บุคคลที่โทรมา จริงหรือไม่

*** ควรทำการสั่งซื้อสินค้า กับร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือ และไว้ใจได้เท่านั้น ***

เจาะลึกกลโกงของมิจฉาชีพออนไลน์
พฤติกรรมที่น่าสงสัยและเข้าข่ายเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ มีดังนี้
1. ขายสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาดมากเกินไป
2. หลอกล่อให้โอนเงินค่าสินค้าล่วงหน้าโดยไม่ให้หลักฐานเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแต่อย่างใด
3. เมื่อโอนเงินแล้ว ผู้ขายจะหายตัวไป ไม่รับโทรศัพท์ และปิดโทรศัพท์หนีในที่สุด
4. เปลี่ยนชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ไม่ซ้ำกัน ทำให้ยากต่อการติดตาม

อย่างไรก็ดีมิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบกลโกงไปเรื่อยๆ และมีความซับซ้อนยากที่จะป้องกันมากขึ้น ดังนั้นการนัดเจอเพื่อดูสินค้าและชำระเงินซึ่งหน้าจึงเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ

ทำอย่างไรเมื่อถูกโกง
1. บันทึกรายละเอียดของประกาศนั้น ไว้เป็นหลักฐาน โดยเซฟหน้าประกาศนั้นและ Print ออกมาเป็นเอกสาร
2. เตรียมหลักฐานการโอนเงิน , เลขที่บัญชีธนาคาร , หลักฐานการติดต่อระหว่างคุณกับมิจฉาชีพ เช่น E-Mail , เบอร์โทรศัพท์ หรือหมายเลขพัสดุ
3. แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ท้องที่ที่คุณไปโอนเงิน ว่า “ถูกฉ้อโกง” เพื่อลงบันทึกประจำวัน และออกใบแจ้งความเพื่อดำเนินคดี
4. นำใบแจ้งความ ส่งให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ เพื่อขอหมายเลข IP ของมิจฉาชีพ ( หมายเลข IP สามารถใช้แกะร่องรอยและขยายผลในการจับกุมได้ )
5. นำเอกสารข้อ 1-4 ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท้องที่ที่แจ้งความ เพื่อออกหมายจับ และพาไปจับกุมตัว หรือ ส่งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( http://www.tcsd.in.th )

คำแนะนำ : ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า " ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด " อย่าแจ้งเพียงว่า แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

บทความขั้นต้น บางส่วน คัดมาจาก เว็บไซต์ DealFish

แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 06 พฤษภาคม 2016 เวลา 14:03 น. )